พัฒนาการเลี้ยงการเล่นไก่ชนกันอย่างไร


เขียนโดย กฤษฎากรณ์x สิงหามาตย์
ประกาศเมื่อ 30 ส.ค. 2559, 00:25:42
1021
 เข้าชม
0
 แสดงความคิดเห็น
   จากประวัติการเลี้ยง การเล่นไก่ชนของคนไทยแต่เดิม เราเลี้ยงไก่ชนไว้ใต้ถุนบ้านหรือหลังบ้านให้จับแมลง มด ปลวก เก็บเศษอาหารและข้าวเปลือกตกหล่นในลานข้าวกินเอง ไก่จะมีชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีการให้อาหารเสริมอื่นๆเลยผลจากการเลี้ยงไก่จะได้ไข่ไก่ เนื้อไก่มาเป็นอาหารได้มูลไก่มาเป็นปุ๋ยได้ ขนไก่มาเป็นไม้กวาดหรือสิ่งประดิษฐ์อื่นๆ ถ้าเหลือกินก็ขายเจ๋กเป็นรายได้เสริม ยามว่างจากงานหรือเทศกาลต่างๆ ผู้รักสนุกหรือชอบเกมกีฬาทื่ตื่นเต้นก็นำมาชนกันเป็นเกมการเล่นท้องถิ่นชนิดหนึ่งสืบทอดกันมากทำให้เกิดคำพูดที่ได้จากการชนไก่ติดปากมาว่า มีลูกล่อลูกชน สู้ยิบตา ลำหักลำโค่นงงเป็นไก่ตาแตก ขนหัวลุก ไก่งามเพราะขน โดยเตะก้านคอ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง
   การเลี้ยงไก่ชนแต่เดิม ไม่ค่อยมีการพัฒนาสายพันธุ์ มีแต่รักษาพันธุ์หรือเหล่าเท่าไว้นั้นไก่ผสมกันเองตามธรรมาชาติในแบบสายเลือดเดียวกันทุกคนจะหวงพันธ์ตัวเองจะไม่เชื่อถือสายพันธุ์ของผู้อื่น ไก่แม่พันธุ์หรือไก่ตัวเมียจะไม่ยอมให้แพร่ไปสู่คนอื่น กลัวชนเหล่า ไก่ตัวเมียจึงต้องเชือดกิน หรือขายเจ๋กผลจากการหวงพันธุ์และผสมพันธุ์กันเองดังกล่าวจึงทำให้ไก่ด้อยลง คือมีขนาดเล็กลง โตช้าไม่แข็งแรง ไม่ฉลาด ไม่เก่งเท่าที่ควร
   หลังจากไก่ชนได้พลิกผันมาเป็นการพนัน ก็มีนักพนันไก่ชนได้พยายามหาไก่ชนที่มีขนาดเหมาะสมมีความอึด ทน หรือ ทรหด อดทน หรือชาวบ้านเรียกว่า เหนียว จึงมีการพัฒนาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งไก่ชนจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เพาะเลี้ยงอย่างถูกวิธี ทำให้ไก่ชนไทย เฟื่องฟูขึ้นแม้แต่ต่างประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย อินโดนิเซีย ไต้หวัน พม่า ลาว เขมร เวียดนาม ยอมรับไก่ไทยว่าเก่งมีมาตรฐาน มีการซื้อขายกันตัวละเป็นพัน เป็น หมื่นบาททีเดียว การพัฒนาไก่ชนกลับถูกมองไปในทางลบ สมัย พลเอก สิทธิ์ จิรโรจน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะให้เลิกบ่อนไก่ชน ขั้นแรกลดให้เหลือน้อยลง เดือนละครั้ง หรือปักษ์ละครั้ง การฝึกซ้อมหรือปล้ำไก่ก็กระทำลำบากไก่ชนราคาตกต่ำ คนนิยม น้อยลง ทางภาครัฐและเอกชนกลับไปส่งเสริมให้เกษตรกรหันไปเลี้ยงไก่พันธุ์เนื้อหรือไก่ลูกผสมพันธุ์พื้นเมือง มุ่งให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจ ทางอาหารและสินค้าส่งออก ระยะนี้เองทำให้ไก่ชนพันธุ์ดีๆ บางพันธุ์เกือบสูญพันธุ์ แต่โชคดีที่ยังมีผู้นิยมการเล่นไก่ชนด้วยใจรักความสนุกเพลิดเพลิน ยังอนุรักษ์กันไว้บ้าง ไม่ถึงกับสูญพันธุ์
   หลังจากวิกฤติกาลผ่านไปมี นักวิชาการเกษตรหลายท่านได้ศึกษาค้นคว้าวิจัยไก่ชนจนสำเร็จ มีการตั้งชมรมเลี้ยงไก่ชนขึ้นหลายแห่ง ส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวบ้านเลี้ยงพื้นเมืองไว้เป็นอาหารและส่งขาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยและประจวบกับขณะนั้นทางการกำหนดให้เป็นปีแห่งการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทยและการส่งเสริมการเกษตรมีหน่วยงานต่างๆของรัฐและเอกชนได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาปฏิบัติกันเคยเห็นเกษตรกรจังหวัด เกษตรอำเภอ นายอำเภอหลายอำเภอได้ออกมาส่งเสริมฟื้นฟูประเพณีและอาชีพของคนชนบทโดยแต่ละท้องถิ่นได้ขุดค้นของดี พื้นบ้านของตนเองออกมาอวดเผยแพร่ให้คนได้รู้จักกัน เช่น เอาไก่ชนพันธุ์ เหลืองหางขาว ซึ่งเป็นไก่พื้นบ้านอันเป็นมรดกอันมีค่าของชาวบ้านหัวเทและบ้านกร่างจังหวัดพิษณุโลกขึ้นมาฟื้นฟูส่งเสริมขยายพันธุ์คัดเลือกพันธุ์กัน และเผยแพร่ไปยังที่อื่นๆ ทั่วประเทศแม้แต่ต่างประเทศ
   เมื่อมีการพัฒนาและส่งเสริมการเลี้ยงไก่ชนหรือไก่พื้นเมืองให้ได้มาตรฐานทางอาหารโปรตีนภายในประเทศและเป็นสินค้าส่งออกได้สำเร็จแล้วน่าเสียด่าไก่มีรูปร่างลักษณะ และชั้นเชิงการต่อสู้ที่โดดเด่น จะถูกนำไปเชือดในราคาตัวละ หนึ่งร้อยกว่าบาทเท่านั้น ทางผู้ส่งเสริมควรจะหาทางให้ผู้เพาะเลี้ยงนำไก่ชั้นดีไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆอีก เช่น
ดูเล่นสวยงามดี
ประกวดความงามตามตำรา
ประกวดศิลปะแชมป์ลีลาชั้นเชิง
ประกวดสายพันธุ์แท้ แต่โบราณ
ขายเป็นพ่อพันธุ์- แม่พันธุ์
เป็นการเล่นพนันเกมกีฬาไก่
เป็นของฝากของขวัญในโอกาสสำคัญ
ขายให้นักเลงไก่ทั้งภายในและต่างประเทศ
การส่งเสริมไก่ชนให้เป็นสินค้าออก
   ไก่ชนที่มีคุณภาพ คือสวยงามและเก่ง นอกจากส่งเสริมให้ชนกันในระดับประเทศชาติแล้วต้องส่งเสริม
ให้ถึงระดับนานาชาติ ไก่ไทยเก่งเป็นที่ยอมรับของนานาชาติที่เล่นไก่ชนแล้ว แต่การซื้อขายภายนอกประเทศระดับชาวบ้านยังทำไม่ได้หรือได้ก็ไม่สะดวกทางรัฐและเอกชนควรต้องช่วยเหลือจัดการส่งออกให้ได้ จะทำไห้ไก่ชนได้ราคาดี หรือได่ราคาแพง ส่วนไก่ที่ไม่มีคุณสมบัติในการชนก็ให้ทำเป็นไก่สดแช่แข็งขายต่างประเทศได้ ทั้งนี้รัฐต้องเข้ามาดำเนิดการประกันราคาไก่สดให้แน่นอน จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงไก่ชนมากขึ้นและหลักประกันที่แน่นอนควรมีสื่อมวลชนเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับไก่ชนเช่นกัน จะเป็นการพัฒนาส่งเสริมไก่ชนให้ดีขึ้น
สรุปแนวทางการพัฒนาการเลี้ยงการเล่นไก่ชน
ส่งเสริมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองประเภทไก่ชนสายพันธุ์แท้ให้มากขึ้น
ภาครัฐ เอกชน มีงบประมาณส่งเสริมและประกันราคาให้
ให้นำไก่ชนมาประกวดแข่งัน ในด้านความงดงามเข้าตำราและความเก่ง
ให้นำไก่ชนมาเป็นการเล่น ส่งเสริมกีฬาหรือประเพณี หรือศิลปะเหมือนมวย ม้า นก วัว ฯลฯ
ส่งเสริมให้ไก่ชนเป็นสินค้าส่งออก หรือเป็นกีฬาระดับชาติ และนานาชาติ
ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงพันธุ์ คัดเลือกพันธุ์ ผสมแบบใกล้ชิด
ส่งเสริมให้ชาวบ้านผู้เพาะเลี้ยงนำไก่มาฝึกซ้อมเพื่อคัดเลือกทุกสัปดาห์
กำหนดกติกาการฝึกซ้อม และคัดเลือกไก่ขึ้นใหม่ เน้นที่ความคล่องแคล่วเก่งกาจ และชั้นเชิง แม่นยำ
ตั้งรางวัลและค่าตัวให้ไก่ที่มีอันดับ หรือมาตรฐาน
ยกเลิกกติกาการพนันตีไก่ 12 อัน หรือ 12ยก
ประชาสัมพันทางสื่อมวลชน เรื่องการเลี้ยงไก่ชน
การปล้ำไก่เพื่อคัดเลือกไก่ต้องทำได้โดยอิสระ
การชนไก่ใช้เวลา 2-5 อันจม อัน  10 นาที
ส่งเสริมให้คนเลี้ยงแต่ไก่เชิงเข้าชนเพียงอย่างเดียว
รัฐควรอนุญาตให้ผู้เลี้ยงไก่นำไก่เข้าชนได้ทุกวันสุดสัปดาห์
ออกระเบียบการชนไก่แบบใหม่ ยกเลิก ระเบียบการชนไก่แบบเก่า
จัดตั้งชมรมฯ หรือกลุ่มเกษตรผู้เลี้ยงไก่เชิงทุกท้องถิ่น
ผลักดันแก้ไข ข้อกฎหมายให้มีการชมไก่เชิงได้อย่างอิสระ
การปรับปรุงการเล่นไก่ชน
  การเล่นการชนไก่แต่เดิมของเรานั้นดีอยู่แล้ว คือ ชาวบ้านจะชนไก่กันยามว่างเสร็จจากงานเพื่อผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดและนำมาเป็นการเล่นในเทศการต่างๆ ในรูปของกีฬา ประเพณีหมู่บ้านจะชนกันเพียงอันสองอันก็เลิกหรือเห็นว่าอีกฝ่ายหนึ่งสู้ไม่ได้ก็ยอมแพ้เลิกกัน ไก่จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายมากนัก ก็รักษาวันสองวันก็หาย ไก่ชนโบราณนั้นเป็นไก่พันธุ์แท้ เช่น เหลืองหางขาว ประดู่หางดำเขียวแมลงภู่ แต่ละพันธุ์เป็นไก่ชนแทบทั้งนั้นชนกัน 1-2 อันจะไม่ได้ตีกันเท่าไร เพราะต้องชนเล่นเชิงกัน บาดแผลจึงไม่มีมากเป็นการเล่นลูกชนกันดู แล้วจะสนุกทีเดียว
   ต่อมาการเล่นไก่ชนเปลี่ยนแปลงไปในทางพนันขันต่อกัน จึงต้องมีเกฏเกณฑ์ กติกาไก่แพ้ชนะกันกติกาการพนันไก่ชนโดยทั่วๆ 25 นาที ตามแต่ละท้องถิ่น เพราะอันชนใช้กะลามะพร้าวเจาะรูลอยน้ำ จนกว่ากะลามะพร้าวจะจม ถือว่าอันจม  เวลาไม่แน่นอนในแต่ละบ่อน การชนไก่แบบนี้ไก่จะบอบซ้ำมากบางตัวถึงพิการและตายก็มีก็เพื่อชัยชนะได้เงินพนันและเงินเดิมพันกันเท่านั้น เมื่อพิจารณาดูแล้วก็จะดูโหดร้ายทารุณทรมานไก่มาก จึงมีคนมองการเล่นไก่ชนเป็นปาบ เป็นอบายมุข ผิดศีลธรรม ไม่เป็นที่ยอมรับของสาธุชนทั่วไป เพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ศาสนา คนเล่นไก่จะถูกมองว่าเป็นคนไม่ดีในแง่ของศีลธรรมแต่คนเลี้ยงไก่ชนเนื้อส่งขายส่งตลาดหรือพ่อค้าแม่ค้าขายไก่สด ก็มีผลทางชีวิตไก่เช่นเดียวกันคนกินไก่ก็เช่นกัน กลับไม่ใครพูดถึงเรื่องบาปกรรมคนเล่นไก่พนันเป็นอบายมุข แต่คนเล่นม้าแข่งชนโคชนแพะ มวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ แข่งนกพิราบ นกเขา นกปลอดหัวจุก กลับไม่มีใครพูด ถึงหรือมองไปในทางร้าย อบายมุขเลย
   ถ้าเราหวานไปพิจารณากันอีกครั้งในกีฬาดังกล่าว เราต้องยอมรับว่ากีฬาไก่ชนปีจจุบัน ค่อนข้างรุนแรงกว่ากีฬาประเภทอื่น คือ เอาแพ้เอาชนะเอาเป็นเอาตายกันทีเดียว ถ้าเราจะแก้มุมมองนี้ให้ดีขึ้นไม่โหดร้ายทารุณ นึกไปถึงในแบบของโบราณก็จะแก้ภาพพจน์ในมุมมองนี้ดีขึ้นได้ นั่นก็คือ เราต้องพัฒนาไก่ชนให้เป็นพันธุ์แท้แบบโบราณก่อนซึ่งแต่ละพันธุ์จะเป็นไก่เชิงทั้งสิ้นที่เรียกกันว่า มีลูกล่อมีลูกชน ไก่ตั้งโด่โจ้ตีกันไก่กลายพันธุ์มาถ้าลำหักลำโค่นจึงนำมาเล่นกันอย่างจริงจัง ก็คงจะต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกติกาการชนขึ้นใหม่ให้สอดคล้องกันในประเภทของไก่เชิงเท่าที่น่าจะเป็นก็คือ การเปลี่ยนจากการตี 12 อันจม มาเป็น 2-5 อันจมเสียไก่ก็จะไม่บอบซ้ำหรือเป็นอันตรายถึงพิการหรือตายก็ให้ป้องกันไว้โดย ใช้นวมหรือผ้านวมอย่างหนาพับหุ้มไว้ เวลาต่อกันก็ให้ลดลงเหลือ อันละ 10 นาที เงินเดิมพันให้ยกเลิกให้เป็นเงินรางวัล หรือค่าตัวแทนไก่ที่จะมีค่าตัวคือไก่ที่มีอันดับ 1-20 ของสนามนั้นๆเท่านั้นการจัดลำลับไก่ก็ให้อนุโลมแบบมวย และหาวิธีให้ภาครัฐและเอกชนเข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาหรอจัดการแข่งขันหรือจะอุดหนุนเป็นเงินงบประมาณแห่งถิ่น ผู้เลี้ยงหรือทางบ่อนหรือสังเวียน เพื่อให้ดำเนินการได้ตลอดไป ถ้าสามารถทำให้สิ่งเหล่านี้ได้ ก็คงแก้ไขภาพพจน์หรือมุมมองของทางแง่ร้ายได้อย่างแน่นนอน











ที่มา: หนังสือคัมภีร์ไก่ชน 13 ฉบับสมบูรณครบทุกเรื่อง โดย อาจารย์พน นิลผึ้ง
 ร่วมแสดงความคิดเห็น
1 ความคิดเห็น
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก